เที่ยวเกาะคิวชู 4 วัน 4 เมือง ความงามที่น่าหลงไหล ทริปแน่นแพลนจุก Part 2 Kumamoto (Fukuoka >> Oita >> Kumamoto >> Nagasaki)

เที่ยวเกาะคิวชู 4 วัน 4 เมือง Around Japan ทริปแน่นแพลนจุก Part 2 (Fukuoka >> Oita >> Kumamoto >> Nagasaki) 

รีวิวก่อนหน้า >> 

การเดินทางทริปนี้เราเริ่มจากเมือง Fukuoka >> Oita >> Kumamoto >> Nagasaki >> Fukuoka 

DAY 1 

จังหวัด Oita (Fukuoka ⇒ Yufu ⇒ Beppu)

1.ลองทำ Umeshu (เหล้าบ๊วย) 

2.ชมวิวระหว่างทางบนรถไฟจากสถานี Hakata ไปลงที่ Yufuin

3.นั่งรถม้าชมเมือง Yufuin และทะเลสาบ Kinrin

4.ชมการแสดงโชว์ของสิงโตทะเลละผองเพื่อน Umitamako Aquarium

5. Beppu Kamenoi Hotel และ ดินเนอร์ที่ร้านอาหาร Toyoken 

DAY 2 

จังหวัด Oita|Kumamoto (Hita City ⇒ Aso City)

1.แช่ออนเซ็นทรายดำจากปล่องภูเขาไฟ Beppu Beach Sand Bath

2. Aso Milk Road ผ่านภูเขา Aso และ NISHI YUNOURA OBSERVATORY

3.นั่งรถตีนตะขาบขึ้นเขาชมทุ่งหญ้า Kusasenri ชมวิวยอดภูเขาไฟ Aso

4.Yumeoi-so Hotel 

DAY 3 

จังหวัด Kumamoto | Nagasaki (Aso ⇒ Kumamoto ⇒ Shimabara ⇒ Unzen) 

1.Suizenji Park

2.ราเม็ง Ajisen Ramen ที่เมือง Kumamoto 

3.ถ่ายรูปกับตัวละครลูฟีในการตูนวันพีชที่หน้าสำนักงานเขตการปกครองคุมะโมะโตะ (熊本県庁前) 

4.Kumamoto Ferry เพื่อไปเมือง Shimabara

5.หมู่บ้านปลาคาร์ป Carp Swimming Street แวะทำขนมท้องถิ่น

6.ทำเส้นโซเม็งแบบดั้งเดิม

7.Yukai Resort Unzen Hotel 

DAY 4 

จังหวัด Nagasaki | Fukuoka (Minamishimabara ⇒ Obama town⇒ Fukuoka City)

1.น้ำพุร้อนธรรมชาติ (Unzell Hell)

2. Matsushima Port ชมปลาโล

3.เมือง Obama แวะทานอาหารที่นึ่งด้วยไอน้ำพุร้อน

4.แช่ออนเซนสาธารณะริมทะเล

5. Misoji-en Park 

6.เดินทางกลับมาที่ฟูกูโอกะ – กลับบ้าน 

จังหวัด Kumamoto หรือ เมืองหมีคุมะมง

“คุมาโมโตะ” เป็นเมืองหลักของภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ตั้งอยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 890 กิโลเมตร เป็นเมืองที่รุ่งเรืองทางด้านการเกษตร มีการเพาะปลูกผักผลไม้มากมายไม่ว่าจะเป็นส้ม แตงโม เมล่อน มะเขือเทศ มะเขือม่วง และเห็ดหูหนู แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อก็คงหนีไม่พ้นภูเขาอาโซะ (Mount Aso) ที่มีแอ่งภูเขาไฟรูปกระจาด (Caldera) ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและออนเซ็นในบริเวณโซนอาโซะอย่าง “สึเอทาเตะออนเซ็น (Tsuetate Onsen)” และ “คุโรคาวะออนเซ็น (Kurokawa Onsen) และสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามอย่างหุบเขาคิคุจิ (Kikuchi Valley) และแม่น้ำคุมะกาวะ (Kumagawa) ได้ด้วย

และสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองนี้ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันก็คือ เจ้าหมีจอมกวนแต่สุดน่ารักอย่าง “คุมะมง (Kumamon)” ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วเมืองนั่นเอง

ภูเขาไฟอะโซ (Mount Aso) เป็นภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของภูมิภาคคิวชู เป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ยังไม่ดับ และยังคงมีการประทุอยู่อย่างต่อเนื่อง ธรรมชาติด้านบนภูเขายังคงความเขียวขจีและสวยงามมาก รอบๆภูเขาเต็มไปด้วยหมู่บ้านเล็กๆมากมาย ชาวบ้านส่วนใหญ่บนภูเขาประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งสองข้างทางที่เราเดินทางขึ้นภูเขาจะเต็มไปด้วยนาข้าว ไร่สตอรเบอรี่ และผลผลิตทางการเกษตรอีกมากมาย

ส่วนบริเวณปากปล่องภูเขาไฟบนยอดเขานั้นมีชื่อว่า “ปากปล่องภูเขาไฟนาคาดาเกะ” ซึ่งเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมความงามบนยอดเขาได้หลายวิธีอาทิเช่น เดินทางเท้า ทางรถยนต์ หรือขึ้นกระเช้าไฟฟ้า หรือจะนั่งเฮลิคอปเตอร์บินวนก็ได้ 3 นาที 5000 เยน คุ้มไม่คุ้มก็ต้องลองกันดูเด้อ ไปลองแล้วมาบอกเราด้วยเพราะเราบ่ได้ขึ้น

การเดินทาง: สถานี Kumamoto ฝั่งสถานีเก่า นั่ง LTD EXP Kyushu Odan ขบวนสีแดง ลงสถานี Aso Station ใช้เวลา 70 นาที แล้วนั่งรถบัสต่ออีก 40 นาทีไปยังสถานี Asosan Nishi เพื่อที่จะขึ้น Ropeway ขึ้นไปเที่ยวชมปล่องภูเขาไฟ  Aso กัน

ความประทับใจของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรามาถึงภูเขาแห่งนี้แม้ว่าจะเป็นหน้าหนาวที่ต้นไม้ใบหญ้าแห้งเหี่ยวไปหมดก็ตาม แต่มันได้ฟีลอีกแบบ คือมันต้องแวะถ่ายรูปเอาตัวไปซุกซอกหญ้าโผล่าหน้าออกมาซักซอกอ่ะ มันสวย มันเก๋ดีนะ เหมือนวิ่งในทุ่งหญ้าสวาน่าอ่ะ

ความสวยงามของการเดินทาง

ตรงร้านอาหารด้านบนจะมีจุดชมวิว NISHI YUNOURA OBSERVATORY อยู่ซึ่งสามารถเดินไปได้จากร้านอาหารเลย วิวดีเห็นวิวเมืองด้วย คือมันต้องมาอ่ะ 

เราเลยแวะทานข้าวที่ร้านอาหารด้านบน ชื่อร้าน North mountain restaurant เค้าบอกว่าร้านนี้เนื้ออร่อยต้องมาลอง เราสั่งข้าวหน้าเนื้อย่าง แต่เอาแบบ Well done เพราะว่าเราไม่กินดิบ อร่อย เนื้อละมุนๆ เนื้อญี่ปุ่นมันเด็ดจริงๆ

อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่นี่นั่นก็คือ นั่งรถตีนตะขาบขึ้นเขาผ่านทุ่งหญ้า Kusasenri ชมวิวยอดภูเขาไฟอาโซะ แรกมันจะตกใจหายวาบกลัวมันแอนเวนแจเอร์เกินไป พลิกไปพลิกมาทำไงอ่ะ แต่อ่าวสนุกเว้ย ขึ้นไปด้านบนเห็นวิวสวยๆ แสงแดดส่องมา อากาศไม่ร้อน เริ่ดมาก แต่ว่าตอนขากลับรถเกิดขัดข้องทางเทคนิคนิดหน่อยทำให้เราต้องเดินลงมา ก็ได้ฟีลอีกแบบนะ ตอนแรกคิดว่าไกลมาแต่ไม่ค่อยไกลเท่าไหร่เดินได้สบายๆ

Suizenji Park เป็นสวนเก่าแก่อายุหลายร้อยปีคุ่บ้านคู่เมือง ภายในเป็นสาธารณะที่สวยงามเหมาะแก่การมาสักการะอย่างยิ่ง แต่ก่อนจะเข้าสวนสาธารณะแห่งนี้ส่วนใหญ่นิยมแต่งชุดกิโมโน ซึ่งจะเห็นได้ทางเข้าจะมีชุดกิโมโนให้เช่าเรียงราย ราคาแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน เราก็ไม่พลาดที่ใส่เพื่อไปเดินในสวนกับเค้าบ้าง ราคาค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 2,600 เยน ต่อวัน ซึ่งภายในร้านจะมีทั้งชุดกิโมโนของผู้ชายและผู้หญิง หลายแบบหลายสไตล์ เรียงรายอยู่เต็มไปหมด ชอบแบบไหนก็เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเองได้เลย

นอกจากที่นี่จะมีให้เช่าชุดกินโมโนแล้วยังมีถุงเท้าขายลายน่ารักให้ด้วย คือให้แบบเอากลับบ้านไปได้เลย เราเลือกลายน้องหมีคุมะมง กลับบ้านแหละ น่ารักเชียวไม่กล้าใส่เลย รวมถึงช่างที่นี่เค้าสามารถเนรมิตทรงผม ให้ออกมาเหมือนสาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนแบบดั้งเดิมเลย และยังมีเครื่องประดับต่างๆ หากชอบชิ้นไหน จะซื้อเพิ่มก็ได้ ก่อนเข้าไปชมสวนด้านใน ทางเข้าสวนตรงนี้ จะต้องชำระเงินค่าเข้า ราคาจะอยู่ที่ผู้ใหญ่ 400 เยน และเด็ก 200 เยนเท่านั้น

บึงใหญ่ที่มีน้ำใสแจ๋วด้านในแต่ที่ห้ามพลาดเลย คือการแวะมาสักการระเทพเจ้าในศาลเจ้าอิซึมิ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนซุยเซ็นจิ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี 1878 ด้วยนะคะ

มีเสาไม้แดงด้วยแบบขนาดย่อมไม่ต้องไปถึงเกียวโต

การเดินทาง: ขึ้นรถราง Kumamoto City Tram สาย A หรือ B ลงที่สถานี Kokubu / รถไฟ JR ใช้เส้น Hohi Line ลงสถานี Shin-Suizenji Station แล้วออกเดินต่ออีกหน่อย

ราเม็ง Ajisen Ramen คนเต็มร้านเลยสั่งไม่ถูกเลย เอาแบบที่ฮอตฮิตที่สุดละกัน จิ้มเอาน่าจะอันนี้แหละ เราชอบกินหน่อไม้มากสั่งเพิ่มไปโลด โดยรวมแล้วรสชาติดี ให้เยอะ อิ่มมาก มากๆ 

ตัวละครลูฟีในการตูนวันพีชที่หน้าสำนักงานเขตการปกครองคุมะโมะโตะ (熊本県庁前) ที่นี่เต็มไปด้วยต้นแปะด๊วย แต่ใกล้จะร่วงหมดแล้วเค้าบอกว่าเมื่อ 2 วันก่อนยังเต็มอยู่เลย เสียใจแต่ก็ถ่ายรูปไม่หยุดแม้จะเหลือน้อยนิด สนุกดี

ก่อนข้ามไปฝั่ง Nagazaki เราเลือกนั่ง Ferry โดยขึ้นที่ท่าเรือ Kumamoto Ferry ข้ามฟากไปยังเมือง Shimabara (ท่าเมืองชิมาบาระ จ.นางาซากิ) หากใครต้องการลดระยะการเดินทางและลดระยะเวลาระหว่าง จ.นางาซากิ กับ จ.คุมาโมโตะนั้น เรือเฟอร์รี่ตอบโจทย์นี้แน่นอน ใช้เวลาแค่ 30 นาที โดยประมาณ

วิธีการโดยสารเรือเฟอร์รี่ “Ocean Arrow”  มี 7 รอบต่อวัน ราคาโดยสารผู้โดยสารทั่วไป ผู้ใหญ่เริ่มต้น¥ 1,000 และ เด็ก ¥ 500

เวลาเดินเรือจาก Shimabara Port 8:25 10:15 12:05 13:50 15:45 17:30 19:20 
เวลาเดินเรือจาก Kumamoto Port 7:30 9:25 11:10 13:00 14:50 16:40 18:30

ถ้าใครเช่ารถขับก็สามารถเอารถขึ้นเรือไปด้วยได้ ค่าธรรมเนียมสำหรับยานพาหนะ (ต่อเที่ยว)

ยานยนต์ที่มีน้ำหนักเบา (สูงสุด 660 ซีซี) ¥ 3,100

ขนาด 3 – 4 เมตร ¥ 3,100

ขนาด 4 – 5 เมตร ¥ 3,700

ขนาด 5 – 6 เมตร ¥ 4,900

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.kumamotoferry.co.jp/lang/

บรรยากาศภายในเรือ

มีนกบินมาแยะเลยเก๋ๆ คูลๆ

ปั่นจักรยานชมวิวโดยใช้จักรยานของที่พักหน้าโรงแรมได้เลย แต่ต้องบอกเจ้าหน้าที่เค้าก่อนนะ

ที่พัก Yumeoi-so Hotel เป็นที่พักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เราชอบมากเหมือนเป็น Local จริงๆ ที่นอนนอนสบายมากๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s