Halloween in Universal Studio Japan 3 วันก็ฟินได้

Day 1 ฉันจะไปโอซาก้าาาาาา

ทริปสยองขวัญต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนนี้มากับ สายการบินแอร์เอเชีย (ใครๆก็บินได้) นัดเจอกันที่สนามบิน ทุกครั้งที่เดินทางไม่เคยไปสนามบินผิดซักกะครั้ง แต่คงไม่ใช่สำหรับครั้งนี้เป็นแน่

นิ่ม: สวัสดีค่ะตอนนี้ถึงสนามบินแล้วนะคะ ตอนนี้อยู่ชั้น 3 ตรงหน้า Starbuck ค่ะ แต่ไม่เห็นมีเคาน์เตอน์แอร์เอเชียเลย เคา

A: อาคารระหว่างประเทศ 1 นะครับ ขึ้นมาจะเจอเลย

N: ใช่คะนี่ก็อยู่ชั้น 3  แล้วเคาน์เตอร์ 4P อยู่ตรงไหนคะ

A: ดอนเมืองนะครับ คุณนิ่มอยู่ที่ไหนครับ

N: (อุทานด้วยความตกใจเบาๆ “ตายห่า ชิบหายละ” นกล้านตัวบินผ่านหัว ก๊าบๆๆๆๆๆๆ) เออใช่นิ่มลืมไปว่าต้องไปดอนเมือง งั้นเดี๋ยวรีบไปนะคะ เหลือเวลาอีก เกือบ 2 ชั่วโมงจะบินแล้ว จะทันมั๊ยอ่าาาาา 

ครั้งนี้เป็นอะไรที่แปลกมาตั้งแต่ออกจากบ้านมาในหัวไม่มีคำว่าสนามบินดอนเมืองเลยแม้แต่น้อย ใจบอกว่าต้องสุวรรณภูมิ หรืออาจจะเป็นเพราะเพิ่งกลับมาจากทริปคิวชู ก็ไม่น่าจะใช่ รีบวิ่งแจ้นไปกดคิว ขึ้นแท็กซี่อย่างทันทีทันใด พร้อมบอกกับพี่แท็กซี่ซึ่งเป็นวัยรุ่นน่าจะอายุประมาณ 30 ปีได้ 

“ใส่เกียร์หมาไปเลยนะคะ รีบมากเพราะมาผิดสนามบิน” 

แท็กซี่หันมามองคงยิ้มในใจว่า วร้ายยยยยยย!!! มาผิดสนามบิน พร้อมกับตกใจเล็กน้อย  “เอางั้นเลยเหรอพี่” 

“อืม!!! ด่วนเลยค่ะเดี๋ยวตกเครื่องค่ะ”

และแล้วฉันก็มาถึงสานามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1 ได้ทันเวลา ต้องกราบขอบพระคุณแท็กซี่เป็นอย่างสูง มุ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์เช็คอิน และ เข้าไปรอขึ้นเครื่องอย่างรวดเร็ว 

ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ มีบินตรงไป Osaka ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน คราวนี้ได้นั่ง Quite Zone เงียบมาก ไปเป็นสีฟ้าสบายตา และจำกัดผู้มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปเพื่อให้ผู้โดยสารได้พักผ่อนระหว่างการเดินทาง หลับยาวตั้งแต่ take off ยัน landed ถึงปุ๊บก็นั่งรถมาลงตรงจุดขึ้นรถ เพื่อนั่งต่อไปสถานีโอซาก้า ตั๋วรถราคา 1550 เยน  แต่เราไม่ต้องซื้อที่ตู้ขายตั๋ว เพราะเราได้ซื้อตอนนั่งเครื่องของแอร์เอเชียมาแล้ว ราคาเท่ากัน สะดวกมั่กๆ

เพิ่มเติมข้อมูล

ตั๋วที่สามารถซื้อบนเครื่องบนของแอร์เอเชียได้ หรือ sky ticket เป็นบริการจำหน่ายบัตรโดยสารรถบัส / บัตรผ่านสวนสนุก Universal Studios Japan ง่าย รวดเร็ว และไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวซื้อตั๋วที่หน้างาน ราคาเท่ากันกับข้างล่าง รับทั้งเงินสด (บาท เยน) และบัตรเครดิต

Airport Limousine Bus : โดยสารรถบัสจากสนามบินคันไซเข้าสู่ใจกลางเมืองโอซาก้า (ณ สถานีรถไฟโอซาก้า) ขึ้นรถได้ที่ป้ายจอดรถหมายเลข 5 ข้างหน้า Terminal 1 สนามบินคันไซ

ผู้ใหญ่/เด็ก 1,550 เยน

Universal Studios Japan : บัตรผ่านเข้าสวนสนุก USJ แบบ 1 Day Pass 

ผู้ใหญ่ 7,200 เยน

เด็ก (4-11ปี) 4,980 เยน

โดยนั่งรถเมล์ป้ายหมายเลข 5 สถานีที่ 55 คือ สถานี OSAKA รอบเวลา 23.10 น. 

เพิ่มเติม : รถบัสวิ่งทั้งคืน ส่วนรถไฟ JR กับ ฮันคิว เที่ยงคืน 

นั่งเหงาๆไปประมาณ 1 ชั่วโมงเราก็มาถึงสถานี OSAKA แล้วนั่งแท็กซี่ต่อไปยังโรงแรมเนื่องจากสัมภาระเยอะ ค่าเสียหายประมาณ 1000 เยน ที่พักของเราค่ำคืนนี้คือ Royal Rihga Hotel อยู่ใกล้กับตลาดปลามาก มีทั้งเซเว่น และ familymart อยู่ใกล้ๆ อีกตะหาก

Day 2 Universal Studio  

ตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อรีบออกไปตลาดปลาใกล้โรงแรมไปลองร้านซูซิร้านเด็ด (จริงๆ โรงแรมมีบุฟเฟ่อาหารให้เลือก 2 ห้อง คือ ญี่ปุ่น กับ นานาชาติ) แต่เรามิกินกันเพราะไหนมาทั้งทีกิน Local เด็ดๆ มันจะฟินปากมากกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้เรา็ต้องได้กินอยู่ดี เพราะเราพักที่นี่ 2 คืนฮะ ร้านอยู่ไม่ไกลมากเดินเล่นชมวิวไปเรื่อยๆ ไม่เกิน10 นาทีก็ถึง ร้านนี้เลยฮะ เด็ด!!! “Sushi Endo” แอบกระซิบว่าตอนนี้เค้ามาเปิดสาขาในไทยแล้วนะคะ อยู่แถวทองหล่อ ชั้น 2 ตึก the taste 

เมนูของร้านจะมีใหเลือกเป็นเซ็ทซูซิ 4 แบบ ให้เลือก หรือ ถ้าไม่ชอบในเซ็ทสั่งเดี๋ยวมาก็ได้เค้ามีขายเป็นชิ้น เราสั่ง เราสั่งเซ็ท 1 และสั่ง Anago (ข้าวปั้นหน้าปลาไหล) เพิ่มอีก 5 ชิ้น ซึ่งพอดีกับ 1 เซ็ท 

ขอบอกว่า Anago อร่อยมากกกกกกกกก ละมุนลิ้น โอ้มากคอมบุสุดๆ ส่วนอันอื่นก็อร่อย หวานสดมาก ฟินมากโดยปกติไม่ค่อยชอบกินปลาดิบเท่าไหร่ แต่พอได้ลองหลายๆครั้งแล้วรู้สึกชอบ แม้จิตได้สำนึกจะบอกว่ามันไม่สุกนะ เอาว่ะ กินเข้าไหนๆก็ไหนๆละนี่ (ซวยละ ต้องมาบ่อยๆละมั้ง)

บรรยากาศร้าน และ อาหารของพวกเราฮะ

กินเสร็จเหลือบมองนาฬิกา 8.30 น. ว่าจะไปเดินตลาดปลาต่อ ตลาดวายเรียบร้อย เค้าล้างทางเดิน เก็บของกับบ้านกัน ต้องมาตอนเช้าๆ แกจะมาทำอะไรตอนนี้หาาาาาา!!!

น้ำลายไหลทุกครั้งที่เห็นปลาไหลย่าง

อิ่มท้องแล้ว ก็เดินกลับโรงแรมเพื่อโบกแท็กซี่ไป Universal Studio Japan นี่แหละที่ใฝ่หาฉันจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง 

ตื่นตาตื่นใจมากขอบอก หัวใจของป้ากระชุ่มกระชวยมากพูดเลย ที่สำคัญ ที่ สำคัญ ที่สำคัญ ที่นี่เค้ามีงานเทศกาล Halloween คนที่นี่ส่วนใหญ่จะแต่งคอสเพลย์เป็นตัวกาตูนต่างๆมาร่วมงาน (ฉันน่าจะใส่ชุดเซเล่อมูนมานะ พร้อมถือไม้คฑาวิเศษ เอาไว้ร่ายมนต์ “มนต์แห่งดวงจันทร์จะลงทันแกเอง เพี้ยง!!!) 

ด้านหน้า 

สัญลักษณ์ USJ กำลังจะถ่ายรูปมีเด็กมาถ่ายใกล้ๆ ถ่ายด้วยกันซะเลย แต่น้องไม่มองกล้องเลยลูก น้องคงงงว่าป้านี่ใครวะ 555 

เข้ามาข้างในจะมีกิจกรรมตามจุดต่างๆ มีพาราเหรดมินนี่ด้วย คือเต้นได้แรดมาก น่ารักมาก ป้ากรี๊ดกร๊าดราวกับเด็ก 3 ขวบ มิได้อายเด็กรอบข้างแต่อย่างใด 

จุดแรกที่เราไปฟินกันในวันนี้คือ Zone Harry Potter คนแน่นมาก ยกมากันทั้งฮอกว๊อตเลยมั้งเด็กที่นี่เค้าจัดเต็มจริงๆ เราได้ไปร่ายมนต์เสกคาถาให้กล่องเปิดด้วย 555 

เค้าจะมีไม้กายาสิทธิ์ให้ แล้วเราท่องคาถา “CISTEM APERIO” พร้อมกับทำมือตามรูปนี้ กล่องก็จะเปิด

มันมีความขลัง มีความเป็นแฮรี่สไตล์ แล้วไปต่อกันที่เครื่องเล่นในโซนนี้แบบ 4มิติ แถวนึงมี 4 ที่นั่งเรานั่งขวาสุด พอเริ่มสตาร์ท บรรยากาศภายในช่างเงียบสงบ มืดมองอะไรไม่เห็น ภาพ 4 มิติโผล่มา พาเราเข้าสู่ฮอกว๊อต เรากำลังลอยฟ้าตามแฮรี่ไป พร้อมกับเครื่องเล่นที่หมุนไปมา พร้อมกับเสียงกรีดร้อง ว๊ายๆๆ โหยหวนเล็กน้อยมาจากด้านข้าง เราคิดว่าป้าที่ไหนมากรี๊ดวะ เพราะมันไม่ได้หวาดเสียวขนาดนั้น อาจจะมีลงดิ่ง หมุน ลอย แบบ 4 ที่มิติแว่นตาแทบจะหลุดออกจากตาแค่นั้นเอง แต่เสียงกรี๊ดนั้นยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ขอบอกว่าสนุกมาก ลงมาปุ๊บเลยถามว่าใครกรี๊ด จึงได้รู้ว่าพี่เค้าตื่นเต้นค่าาาาาา ออกมาเลยเสียงแหบเลย

ออกมาก็เกือบเที่ยงเราไปนั่งชิมบัตเตอร์เบียร์ เครื่องดื่มสุดโปรดของพ่อมดแม่มดในโลกเวทมนตร์ กลิ่นหอมๆของวนิลาโชยมาแต่ไกล จิบเบาๆ อร่อยดีซัดซะเกลี้ยงเลยฮะ มีเวลาเหลือ 30 นาที เราเลยไปซื้อของฝากที่เพื่อฝากซื้อเนื่องจากนางบ้าแฮรี่มาก คราวที่แล้วพี่ชายนางไปอังกฤษ นางฝากซื้อเสื้อคลุมกับไม้กวาด พี่ชายนางก็บ้าจี้แบกมาให้ถึงบ้าน ซื่งตอนเดือนออกมาเฮียแกดันใส่คลุมออกมาพร้อมถือไม้กวาดมาเลย ทำให้ทุกสายตาจดจ้องมาที่ฮี และรอบนี้นางก็ฝากซื้อไม้กายาสิทธิ์ และ เสื้อคลุมเฮอร์ไมโอนี่ เสื้อนี่เกือบ 5,000 บาท ตกใจมากเพราะเหมือนเสื้อคลุมทั่วไป แพงชิบหาย!!! แต่ก็นะคนเราชอบไม่เหมือนกัน คงจะเหมือนกับที่เราชอบเที่ยวละมั้ง 

ไปต่อค่ะ เราจะพาทุกท่านมาชมการแสดงมีขึ้นในช่วงเทศกาล Halloween ที่โซนด้านหน้าเค้าจะกันไว้ให้คนที่แต่งคอสเลย์เข้ามาร่วมงาน ส่วนคนที่ได้ได้แต่งมาก็จะอยู่โซนด้านหลัง การแสดงแสงสี เสียงมาเต็ม นี่ขนาดกลางวันนะ คนที่นี่เค้าเต็มที่กันมาก ไม่เชื่อไปดูกัน แม้แต่เด็กยังไม่เว้น 

เต้นๆอยู่ฉันเจอชายหนุ่มคนหนึ่งฮี คงฟินมาก แต่ไอแพดมันคงเกะกะ ฮีเลยเอกเหน็บไว้ที่เอว แบบนี้

ฮีคงมันมาก เมื่อฉันยกกล้องเล็งไปที่ฮี ฮียิ้มค่ะ 555 (อยากจิเป็นไอแพดจัง)

และนี่คือสิ่งที่ฉันประทับใจมากอีกอย่างคือ ผีนางนี้ค่ะ ยังคงสงสัยว่าเดินยังไง 

โอ๊ยมันมาก!!! เราก็ไปลองเครื่องเล่นที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี คิดว่าน่าจะมันที่สุดของที่นี่แล้วแหละ ชื่อ Flying Dinosaur ที่แต่ละแถวจะมี 4 ที่นั่ง และ เมื่อขึ้นไปนั่งแล้วจะปรับให้เรานอนคว่ำขนานกับพื้น หัวเตรียมพร้อมที่จะพุ่งลงด้านล่าง มันมาก เสียวมาก  กรี๊ดตลอดทางจนเครื่องจอด จากที่มัดผมก่อนขึ้น ลงมานี่ยายเพิ้งมาก แต่ถ้าถามว่าให้เล่นอีกรอบเอามั๊ย “เอา” แต่เวลาน้อยเลยได้แค่รอบเดียวเอง

ความสนุกมียังไม่หมดเท่านี้เค้ายังมีขบวนพาเหรดอีกนะเธอ เด็กๆนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ ป้าเลยไปนั่งกลางถนนถ่ายรูป รอขบวนมา

มาแล้วๆๆๆ ขบวนมาแล้ว ในระหว่างที่ขบวนขับผ่านเค้าจะมีการพ่นฟองสบู่ออกมา บางคนก็ไม่ใส่ บางคนก็ใส่ เพราะถ้าโดนฟองอาจจะเปียกได้ หนุกหนานเว่อร์

เหนื่อยมากเต้นจนเหนื่อย ข้อเข่าแทบเสื่อม ยังไม่พอบ้านผีสิงค่ะ ชื่อ J-Horror เอาให้คุ้ม คิวยาวมาก ต้องเข้าทีละกลุ่มโดยเค้าจะมีเชือกให้ 1 เส้นจับแล้วเข้าไปทีละกลุ่ม กลุ่มเราเข้าไป เจอผีนอนอยู่แล้วลุกขึ้นมาหลอกตกใจมาก วิ่งกันจ้าละหวั่น ทางเดินก็แคบ ที่ฮาคือ คนที่นำวิ่งไปเจอผียืนอยู่มันจะมี 2 ทาง คือไม่รู้จะไปางไหน ผีบอกทางให้จ้า ว่าไปทางนี้ เข้าไปเลยๆ ไม่หลอกต่อด้วย 555 

และแล้วเราไปเจอร้านขายไก่ค่ะ ใหญ่มาก ขาใหญ่เท่าบ้าน กินวันนี้อิ่มถึงพรุ่งนี้เลย เค้าจะมีให้หมุนวงล้อถ้าตกที่ Win จะได้เพิ่มขนาดจากขนาดปกติเป็นขาใหญ่เท่าบ้าน แบบนี้

ต่อด้วยชูโรส ชาเชียว อร่อยดี หวานๆ หลังจากที่เดินมาทั้งวันก็ได้เวลาอาหารเย็นก่อนที่เราจะไปดู ไฮไล์อีกอันของที่นี่คือ ซอมบี้ค่ะ

กินๆอยู่เด็กในร้านกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่วิ่งไปดูที่หน้าต่างกัน เราเลยไปมุงกับเค้า เฮ้ย!!! ซอมบี้มาแล้ว รีบกินและรีบไปดู ซอมบี้เหมือนจริงมาก อาละวาดทั่ว USJ เด็กก็วิ่ง กรี๊ดๆ ซอมบี้ก็วิ่งไล่ มัน!!!!

เค้ามีกรงไว้สำหรับให้คนเข้าไปอยู่ข้างในให้ซอมบี้ได้หลอกด้วยอ่ะ มีซอมบี้ป่วนทั่วเมือง นอนตาย ซอมบี้ควักกินไส้ก็มี ไปชมภาพบรรยากาศกันค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม

Universal Studios Japan  เค้าจัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาล Halloween ในกิจกรรม Halloween Horror Night พร้อมพบเครื่องเล่นใหม่ๆ และการแสดงที่น่าสนใจมากมายในช่วงเทศกาลนี้ระหว่างวันที่ 11 กันยายน – 8 พฤศจิกายน 2559 นะคะ

เอาซะหมดแรงเลยวันนี้ “มัน สนุก มาก” เสียงแหบเสียงแห้ง เราก็แบกร่างของพวกเราไปย่าน ย่านโดตมโบริ (Dotonbori) ไปถ่ายรูปกับป้ายกุลิโกะ สัญลักขึ้นชื่อของเมืองนี้ และ ร้านปูยักษ์ Kani Doraku และแวะช้อปปิ้ง แต่ด้วยฟ้าฝนไม่เป็นใจเราเลยเดินได้แปปเดียวเอง ฝนก็กระหน่ำลงมา 

Day 3 เยือนปราสาท Himeji และ เดินเล่นเพลินๆเมืองท่าเรือ Kobe

ตื่นมาเวลาเดิม ลงมาทานข้าวเช้าที่ห้องอาหารคนแน่นมากทั้งสองห้อง ตอนแรกกะว่าจะกินอาหารญี่ปุ่นแต่คิวยาวมาก ไม่มีโต๊ไหนลุกเลย เลยเปลี่ยนไปกินอาหารนานาชาติแทน แต่ก็คนแน่นไม่แพ้กัน แต่ดีตรงที่เป็นบุพเฟ่ ไปตักกันเอง 

เราเดินทางไปราสาท Himeji โดยรถไฟ Shin Kansen ของ JR West  ที่มีความเร็วสูงถึง 3,000 กม./ชั่วโมง แปปๆถึง  ดีงามมาก แต่ฝนตกอีกละเฮ้อ!!! ปราสาท Himeji เป็นปราสาทที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกและสมบัติประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น หรือ บางทีถูกเรียกว่า“ปราสาทนกกระยางขาว”

ดูจากภายนอกจะเห็นเป็น 5 ชั้นแต่ภายในมีชั้นใต้ดิน 1 ชั้นและชั้นบนดิน 6 ชั้นซึ่งชั้นบนสุดจะประดับด้วยกระเบื้องหลังครูปทรงปลาวาฬเพรชฆาต เดิมทีหอคอยมีใว้เพื่อดูวิสัยทัศน์ที่ไกลออกไปซึ่งพัฒนาเป็น “หอสังเกตการณ์”ความสูงของหอคอยอยู่ที่ 30m (90 เมตรจากระดับน้ำทะเล) สิ่งที่ค้ำจุนหอคอยที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้เป็นเสาหลัก 2 ต้นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตรที่อยู่ลึกจากชั้นใต้ดินขึ้นมายังชั้นที่ 6 ซึ่งนับเป็นวิธีก่อสร้างที่ล้ำสมัยในยุคนั้น นอกจากนั้น ปราสาทฮิเมจิมีลักษณะพิเศษที่มีหอคอยเชื่อมโยงหอคอยย่อยกับตัวปราสาทหลัก

ภายในก็งดงามแฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การจดจำ

เป็นจุดโจมตีข้าศึกจุดสุดท้ายตรงทางเข้าตัวปราสาทหลัก เป็นโครงสร้างแบบเดียวกับหอคอบฝั่งตะวันออกโดยมีจุดโยนก้อนหินโจมตีข้าศึกและรั้งหน้าต่างแหล็ก

ปราสาทฮิเมะจิ ยังเป็นสถานที่ ๆ เป็นที่รู้จักกันดีในตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับผีที่ขึ้นชื่อ เรื่อง “ผีนับจาน” หรือ ซะระยะชิกิ คือ เรื่องราวของโอะกิคุ สาวใช้ของซามูไรผู้หนึ่งที่ทำจานล้ำค่าของตระกูลซามูไรแตก จึงถูกลงโทษด้วยการโยนร่างลงในบ่อน้ำ โดยในเวลาค่ำคืนจะมีผู้ได้ยินเสียงผู้หญิงโหยหวนดังมาจากบ่อน้ำเป็นเสียงนับจานช้า ๆ จนครบเก้าใบ ซึ่งบ่อน้ำนี้ยังปรากฏมาจนถึงทุกวันนี้

ค่าเข้าชม: 600 เยน

เวลาเปิด-ปิด: 9:00 – 17:00 น. (ปลายเดือนเมษายน – สิงหาคม: 9:00 – 18:00 น. )

วันปิดทำการ: ปิดวันที่ 29 – 30 ธันวาคม

การเดินทาง

รถไฟ: เดิน 15-20 นาที จาก Himeji Station

มื้อกลางวันเราทานข้าวกลางวันที่ Yumenoi วิวดี รายล้อมไปด้วยทุ่งนาป่าเขา ทำเนาไพร มีออนเซ็นให้แช่ด้วย 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

http://www.yumenoi.com/english/index.htm

บ่ายๆ กินข้าวเสร็จหนังตามักจะปรือ มึนๆ ไปสงบจิตที่เมืองท่าเรือ Kobe ขึ้นชิงช้าสวรรค์ชมเมือง เงียบดี คนไม่พลุกพล่าน นั่งชิวๆ จิบกาแฟเบาๆ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

แนะนำ JR West

โดยถ้าไปเฉลี่ย 5 วันติดต่อกันแนะนำเป็น บัตร Kansai WIDE area pass คือบัตรโดยสารรถไฟของบริษัท JR West ที่สามารถใช้ขึ้นรถไฟทุกขบวนของบริษัท JR (ไม่รวมรถไฟเอกชนเจ้าอื่นๆ) ในพื้นที่ภูมิภาคคันไซ (ที่ระบุไว้ในแผนที่) แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งในระยะเวลา 5 วันติดกัน ทั้งรถไฟธรรมดา และรถไฟความเร็งสูง (ชิงคันเซ็น) 

สำหรับการใช้งานกับรถไฟชิงคันเซ็น จะใช้ขึ้นได้หมดทุกขบวน รวมทั้งขบวนที่เร็วที่สุดแย่าง Nozomi และ Mizuho โดยจะเป็นการขึ้นแบบไม่ระบุที่นั่ง (ตู้แบบ Non-Reserve Seat หมายเลข 1-3 ของทุกขบวน) แต่ถ้าต้องการระบุที่นั่ง (Reserve Seat) จะต้องชำระเงินค่าเลือกที่นั่งเพิ่มเติมที่เคาเตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารในสถานีรถไฟ 

ราคา 8,500 เยน (เมื่อซื้อในไทยกับตัวแทนจำหน่าย)

ราคา 9,000 เยน (เมื่อซื้อในประเทศญี่ปุ่น)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่

http://www.westjr.co.jp/global/en/ticket/pass/kansai_wide/

ไปคุยกันนะ

Facebook: https://www.facebook.com/atravelerblog/ 

IG: A_Traveler_Blog

Twitter: A Traveler Blog

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s