Shanghai Feel Like Europe เดินเล่น จิบชา กินอาหาร Local

บางทีเซี่ยงไฮ้ก็คล้ายยุโรป

เราเดินทางมาเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้เพื่อมาตามหาบางอย่าง ซึ่งเป็นครั้งแรกของการเดินทางมาที่นี่เลยก็ว่าได้ หาข้อมูลจากหลายๆที่ และจากการไปจีนมาสอง สาม รอบก็แอบหวั่นไหวกับเรื่องห้องน้ำอยู่บ้าง แต่ของแบบนี้มันก็ต้องสู้จะมาแล้วนี่ จริงมั๊ย ซึ่งมันเกินคาดที่เซี่ยงไฮ้เท่าที่เจอห้องน้ำสะอาดมากกกกกกกกกกก หรือว่าเราเดินเล่นแต่ในเมืองก็ไม่รู้ 

 ส่วนสภาพอากาศนั้นบอกเลยว่าหนาว แถมด้วยฝนตกอีกต่างหากจ้าาา ตึราบ้านช่องของที่นี่เค้านี่ยังกะเดินอยู่กรุงลอนดอน บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองมาก ค่อนข้างสะอาดเลยแหละ มันดีจริงๆ เปลี่ยนความคิดของการมาเที่ยวจีนไปเยอะเลย ถ้าไม่อยากมาหลายวัน 3-4 วันก็ได้อยู่นะคะ

แผนการเดินทาง

Day 1 นั่งเครื่องมาถึงตอนเช้า / นั่ง Maglev รถไฟความเร็วสูง / The Bund / ถนนหนานจิง / กินอาหารจีนร้านดัง / S. Engine Cafe

Day 2 Disneyland

Day 3 Starbuck ที่ใหญ่ที่สุดในโลก / Shanghai Tower and Pearl Tower / PARAS Cafe / Tao Heung ติ่มซำสไตล์ฮ่องกงแต่โด่งดังที่เซี่ยงไฮ้ / Fascino ร้านเบเกอรี่ / Street Food ตรงบันไดเลื่อนก่อนขึ้น Maglev ที่สถานี Longyang rd. ตีนไก่ตุ๋นเด็ดมาก

ที่พัก

ทริปนี้เราจองที่พักผ่าน HotelsCombined เพราะที่นี่เค้ารวบรวมเอาราคาที่พักของเว็บต่างๆเช่น Booking Agoda มาไว้ที่เดียวกันทำให้เราสามารถเลือกที่พักที่เราต้องการและได้ราคาที่ถูกที่สุด จองง่ายไม่ยุ่งยากด้วย มีที่พักหลากหลายที่ทั่วโลก ลองโหลดมาดูติดเครื่องไว้ ยังไงถ้าเราไปเที่ยวเราก็ต้องจองที่พักใช่มั๊ย จะได้มีเปรียบเทียบหลายๆที่

ต้องการดูที่พักทั่วไทยและทั่วโลก : https://www.hotelscombined.co.th

ดาวน์โหลด แอพลิเคชั่น HotelsCombined >>> https://bit.ly/2QGD0Jx

The Phoenix Hostel Shanghai – Laoshan

ที่พักของเราที่เซี่ยงไฮ้ 2 คืน 160 หยวน (765บาท อัตราแลกเปลี่ยน 1หยวน:4.78บาท) คืนละ ไม่ถึง 400 บาทเท๊ออ!!!! เป็นโฮสเทลเราเลือกห้องหญิงล้วน 4เตียง ห้องสะอาด เตียงใหม่ มีห้องน้ำในตัว มีแอร์ด้วยนะ เพื่อนร่วมห้องน่ารักดี ล็อคเกอร์เก็บของใส่กระเป๋าเดินทางได้ใหญ่เว่อร์ พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ มีน้ำร้อนให้พกมามาม่ามาได้สบายๆ เมื่อคืนสลบมากเดินขาขวิดมาทั้งวัน ที่สำคัญใกล้สถานีรถไฟเว่อร์ๆ รอบๆก็ของกินเยอะ มันดี

การเดินทาง : สถานี Dashijie ทางออก 1

อินเตอร์เน็ต

เราใช้ Sim2fly ของ Ais ราคา 299 บาท ได้เน็ต unlimited ความเร็วสูงสุด 1 GB นาน 7-8 วันนี่แหละ เน็ตค่อนข้างโอเค มันง่ายไม่ต้องพกไปไหนมาไหนเหมือน Pocket wifi แกะซิมใส่ได้เลยสะดวกดี เก็บซิมไว้ใช้ทริปต่อๆไปก็ได้อีก แต่อาจจะต้องเติมเงินเพื่อรักษาสถานะซิมการ์ด หรือ ถ้าใครขี้เกียจก็ซื้อใหม่ไปเลยจ้าาา เล่นได้ทั้ง Facebook Line IG อัพเดทรัวๆกันเลย

การแลกเงิน

อัตราแลกเปลี่ยนของเงินหยวนต่อเงินไทยจะอยู่ประมาณ 1 หยวนเท่ากับ 4.78 บาท แลกเงินไปตามที่ใจต้องการเลย

การเดินทาง

-เครื่องบิน

ครั้งนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน Local ของจีน แท่น แท้น แท๊น นั่นคือสายการบิน Spring Airline อ่านรีวิวมาเค้าบอกว่าค่อนข้าง Strict ให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 5 โล โหลดไม่เกิน 10 โล เราก็ต้องมานั่งเคร่งเครียดกับการจัดกระเป๋าเพื่อให้ไม่เกินน้ำหนักตามที่ทางสายการบินกำหนดเพราะว่าถ้าเกินเค้าจะไม่ยอมให้เอาของกลับจนกว่าเครื่องใกล้จะเช็ค Off หรือคิดน้ำหนักในราคาที่แพงกว่าบางคนก็บอกว่าเค้าจะต้องให้โชว์เงิน 10,000 บาทหลังจากทำการบ้านมาดิบดีเราก็จัดน้ำหนักกระเป๋าตามที่อ่านรีวิวมาแต่ปรากฏว่าพอมาถึงที่สนามบินพนักงานให้ชั่งทั้งกระเป๋าเป้ และกระเป๋าที่จะโหลด เพื่อดูว่าเกิน 15 โลหรือไม่ เราเห็นว่ามันแค่ 13โลกว่าๆ เกือบ 14  โล เลยขอไปเอาขาตั้งกล้องและของบางส่วนมาใส่เพิ่ม พนักงานใจดีมากเลยให้เราใส่ขาตั้งกล้องเพิ่ม ปรากฏว่าน้ำหนักกระเป๋าทั้งหมดเกือบ 17 โล เค้าก็อนุโลมให้ใจดีจริง ส่วนตอนเข้าไปที่เกทเค้าก็ไม่เช็คเรื่องน้ำหนักกระเป๋าที่จะขึ้นเครื่องอีกแล้วค่ะ

สายการบินไม่มีอาหารหรืออะไรให้เรากินบนเครื่องเลยและอีกอย่างคือเบาะไม่สามารถปรับเอนไปข้างหลังได้ค่อนข้างปวดหลังนิดๆ ต้องนั่งตัวตรงไปยันเซี่ยงไฮ้เลยจ้าาาาา

ส่วนขากลับเรานั่งสายการบิน Juneyao Airline เป็นสายการบินของจีนอีกหนึ่งสายการบินซึ่งขากลับเค้าจะมีเป็นกล่อง Snack Box ให้กินเบาะที่นั่งสามารถปรับเองได้ค่อยดีขึ้นมาหน่อยนึง แต่โดยรวมจากการนั่งสองสายการบินนี้ก็ถือว่าโอเค แม้จะเป็น Low Cost ของจีนแต่ว่าก็ต้องสบายอยู่นะพอไหวราคาไม่แพงมากเห็นเค้าจะมีโปรโมชั่นออกมาไม่ปล่อยถ้าเกิดใครสนใจก็ลองไปดูสองสายการบินนี้ได้ไม่ดีแย่มาก

ส่วนการเดินทางในประเทศเวลาเราไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆเราเลือกใช้ Metro และรถบัส ในการเดินทาง เดินทางง่ายมากแต่คนก็พลุกพล่านมากเช่นกัน ว่าบีทีเอสตอนเช้าๆบ้านเราแออัดแล้ว ที่นี่อัดกระแทกกันเข้ามาเลยจ้าาาา ยอมใจ นี่แหละหนาเมืองเจริญ และ ประเทศที่ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งประเทศ

Metro Map

เราบินตี 2 ถึงเช้าแล้วเกิดอาการห่วงหนักมาก 555 โดยเวลาที่เซี่ยงไฮ้เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชม.เรามาลงที่สนามบิผูตง หรือ Pudong ผ่านตม.รับกระเป๋า แล้วหอบสัมภาระไปซื้อตั๋ว Maglav ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาไม่ถึง10นาทีก็ถึงตัวเมือง โดยรถไฟ Maglev นั้นเป็นรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งด้วยความเร็วถึง 430 กม./ชม. ให้บริการจากสนามบินผู่ตงไปยังสถานีรถไฟ Longyang Road รวมระยะทาง 30.5 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อทำความเร็วสูงสุดจะใช้เวลาแค่เพียง 7 นาทีเท่านั้น คิดค่าตั๋วอยู่ที่ 50 หยวน/เที่ยว ถ้าซื้อไปกลับอยู่ท่ี 80 หยวน เราเลยซื้อแบบไปกลับเพราะมันถูกกว่า

หลังจากนั่งรถไฟ Maglev มาถึงสถานี Longyang Road แล้ว ก็สามารถเดินทางเข้าเมือง หรือ ไปตามสถานที่ปลายทางต่างๆตามที่เราต้องการได้ด้วย Metro ซึ่งมีให้บริการถึง14 สาย ครอบคลุมการเดินทางในหลากหลายเส้นทางมาก ใครที่กลัวหลงเค้ามีป้ายภาษาอังกฤษบอกทางด้วยนะ เพราะเราก็ไม่เข้าใจภาษาจีนเช่นกัน

การซื้อตั๋ว Metro แบบเที่ยวหรือ แบบ Day Pass ก็ได้ โดยรายเที่ยวเริ่มต้นที่ 2 หยวน หรือซื้อ Day Pass (มี 1 กับ 3 วัน) ซึ่งเค้าจะนับเวลาเป็น 24 ชั่วโมง หมายถึงว่าเริ่มใช้งาน 9 โมงเช้า ก็ครบ 9 โมงเช้าของอีกวัน ชอบแบบไหนก็เลือกดูเด้อออ!!!!!

เช็คอินเก็บของเข้าที่พักเพื่อจะได้เดินทางต่อ ที่พักที่นี่ดีนะให้เราเช็คอินได้ตั้งแต่เช้าเลย แต่….ใจเจ้ากรรมดันง่วงเลยของีบแปปนึงตื่นมาเที่ยงเลยเจ้าค่ะคุณพี่ เพราะว่าตอนนั่งเครื่องนอนไม่หลับเกร็งหลังไปหน่อย ล้างหน้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ออกไปเที่ยวด้วยสภาพอากาศ 2-4 องศา ดี๊ดี

The Bund

หาดไว่ทาน หรือ The Bund หรือ หาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่คงความคลาสสิคจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน แนววริมแม่น้ำหวงผู่ เราเดินมาถึงย่านนี้นึกว่าเดินอยู่ท่ามกลางกรุงลอนดอน บรรยากาศและอาคารต่างๆดูดี และมันคล้ายมาก สวยงามเดินเล่นไปมาจนค่ำอ่ะ บ้าไปมั๊ย นั่งจิบบรรายากาศ เข้าร้านกาแฟตามไล่ทางไปเรื่อย

ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเราจะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของ Shanghai Skyscraper ที่มีตึกมากมายหลากตึกด้วยกัน สวยเนอะ

ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) สาขาใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

เรามาตอนหน้าหนาวประมาณ 4 โมงกว่าก็เริ่มมืดแล้ว เลยเดินต่อไปยังถนนหนานจิง เพื่อดูว่าจะมีอะไรให้ซื้อบ้าง แวะไปเรื่อยๆ บนถนนสายนี้มีทั้ง Apple Store, Forever 21, Uniqlo , Adidas, Nike, Puma ร้านแบรนด์เนมของจีน และอื่นๆอีกมากมายเลือกช้อปได้ตามใจเลย

Spiderman ก็มา

แล้วก็เดินกลับมาที่ The Bund ยามค่ำอีกครั้งเพื่อถ่ายรูป บรรยากาศแลงแสงไฟคือดี คือไม่ควรมาคนเดียว ควรจะมีคนมาถ่ายรูปด้วย เปลี่ยนกันถ่ายรูปไม่ควรใช้ขาตั้งกล้องถ่ายแบบนี้นะ 55555

แล้วกลับเข้าที่พักเพราะว่าพรุ่งนี้เราต้องเดินทางไป Disneyland ย้อนวัยอีกครั้ง คือเรากำลังสะสมแลนด์มาร์ค Disneyland ดังนั้นจึงต้องมาใกล้จะครบแล้วมันคือความสุขเล็กๆน้อยๆ ของเด็กไม่รู้จักโตแบบเรา

Shanghai Disneyland

วันนี้เราจะไปปล่อยแก่กันค่ะ ที่สวนสนุกในเครือดิสนี่ย์อันล่าสุดที่เปิดให้บริการไปเมื่อกลางปี 2016 ที่ผ่านมานี่เอง เรียกว่าใหม่ถอดด้ามทุกอย่าง เราจองตั๋วผ่าน KKDay แบบ 1 วัน ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูได้ที่เลย : https://www.kkday.com/th/product/7076å

จริงๆเค้ามีตั๋วและแพคเกจเข้าสถานที่หลายที่เลยนะ ใครมีแพลนจะไปที่ไหนลองเข้าไปดูเด้อ จะได้จองกันล่วงหน้าไม่ต้องรีบไปซื้อหน้างานเมื่อจองแล้วเราจะได้ใบยืนยันผ่านอีเมล์แล้วเอาอีเมล์นี้แสดงให้เจ้าหน้าที่พร้อมพาสปอร์ตเค้าจะให้ตั๋วเข้า Disneyland แก่เราค่ะ

ตั๋ว 1 วันอยู่ที่ 1719 บาท

ตั๋ว 2 วันอยู่ที่ 3170 บาท

แต่ถ้ามาวันหยุดราคาก็จะเพิ่มไปอีก

การเดินทาง : สถานี hanghai Disneyland Resort สาย 11 รอบเวลารถไฟ รอบสุดท้าย 22.30 อย่าเล่นเพลินเด้อออ ก่อนเข้าก็โหลดแอพ Shanghai Disney Resort มาติดเครื่องไว้เผื่อวางแผนเล่นเครื่องเล่นให้มากที่สุด เอาไว้ดู Waiting Time เครื่องเล่นทั้งหมด และแผนที่ตำแหน่งทุกอย่าง และรายละเอียดเวลาการแสดงทุกอย่าง

ที่ Shanghai Disney Land แบ่งเป็นทั้งหมด 7 โซน

  • Tomorrowland
  • Fantasy Land
  • Treasure Cove
  • Adventure Isle
  • Garden of Imagination
  • Mickey Avenue
  • Disneytown

การต่อคิวเล่น จะแบ่งเป็น 3 เลนด้วยกันคือ

  • Normal Lane คิวปกติมาก่อนเข้าก่อนเข้าก่อนมาหลังเข้าหลังตามคิวเราไปเรื่อยจนกว่าจะถึงคิวเล่น
  • Single Lane เป็นแถวแบบเล่นคนเดียว ถ้ามีที่ว่างเราก็สามารถเสียบเข้าไปเล่นได้เลย เราใช้แบบนี้เพราะไปคนเดียวบ่อย ไม่ต้องรอนานดี แต่ถ้ามาหลายคนแล้วบอกมาคนเดียวก็พอได้นะ 5555 Tricky เบาๆ เพราะถ้ารอเล่นพร้อมกันอาจต้องรอนาน แต่ถ้าอยากเล่นกับเพื่อนก็ไม่ว่ากัน
  • Fast Pass การจองคิว แล้วมาเล่นตามเวลาที่เราจอง จะมีตู้กด Fast Pass พอไปถึงก็ใช้ตั๋วดิสนีย์ของเราสแกนที่เครื่อง เลือกเวลา แล้วก็จะได้ตั๋ว Fast Pass ห้ามทำตั๋วหายนะ Fast Pass มีจำนวนจำกัดบางอันควรไปกดแต่เช้าแล้วค่อยไปเล่นอันอื่น

ไปลุยกันหน้าหนาวคนมันก็จะเหงาๆ มืดๆ หน่อย บางอันก็ปิดไม่ให้เล่น มาดูบรรยากาศกัน Checked in ก่อน

ทางเข้าที่ต้องสร้างแลนด์มาร์ค

เข้ามาด้านในเนื่องจากใกล้ปีใหม่การประดับประดาก็สวยประมาณนี้ มีร้องเพลงบริเวณทางเข้าสวนสนุกด้วย

เข้ามาแล้วก็มีขายลูกโป่งสวยงามอยากจะเหมาทั้งพวงเลย

เดินต่อมาจะเป็นโซนปราสาทที่เป็นแลนด์มาร์คของ Disneyland การพกหูมิ๊กกี้เมาส์มาด้วยคือดีย์ เพราะซื้อมาจากเมกา แล้วก็เอาไปด้วยทุกที่ เรียกได้ว่าอันเดียวเที่ยวทั่วโลกจนกว่าจะเก็บครบ 55555

เอาละทีนี้ก็เดินแยกซ้าย ขวา ไปตามโซนต่างๆแล้ว

Tomorrowland โซนเมืองในอนาคตมีเครื่องเล่นดังสุดของที่นี้ TRON และ Starwar มันเว่อร์เลยจ้า

Adventure Isle มี Camp Discovery สนุกดีเหมือนฝึกทักษะการเข้าป้าเขาลำเนาไพร คล้ายเกมวิบากอ่ะเราว่า

โซนอื่นกันบ้าง เสียดายตรงที่มืดเร็วและ หนาว และ ฝนตก

“มีความสุขจัง”

อย่าลืมติดตามกันน้า

Facebook: https://www.facebook.com/atravelerblog/

YouTube: http://bit.ly/2m79day

IG: https://www.instagram.com/a_traveler_blog/

Website: http://atravelerblogs.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s